เปิดปัญหามะขามหวานเพชรบูรณ์: เกษตรกรขาดแรงงาน ทุนต่างชาติสวมรอยนอมินี ผู้ประกอบการแบกต้นทุนจ่อทิ้งธุรกิจ

เพชรบูรณ์ – วิกฤตมะขามหวานเมืองเพชรบูรณ์เข้าขั้นน่าวิตก! ผู้ประกอบการแบรนด์ดังระดับท้องถิ่นเผยแบกต้นทุนไม่ไหว กระทบสภาพคล่องหนักจนเกือบถอดใจขายกิจการ 30 ปี ขณะที่วงเสวนา “สภากาแฟสื่อ ครั้งที่ 7” จี้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติใช้ “นอมินี” กว้านซื้อเหมาสวน พร้อมเร่งผ่าตัดแก้ปัญหาทั้งระบบก่อนพืชเศรษฐกิจคู่เมืองจะสูญพันธุ์
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ ร้านไนน์แทมมะรินด์ อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ ได้มีการจัดกิจกรรม “สภากาแฟสื่อ ครั้งที่ 7” ในหัวข้อ “ฝ่าวิกฤติมะขามหวานเพชรบูรณ์ : เปิดทุกปัญหา หาทางรอดร่วมกัน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลและสะท้อนสภาพปัญหาจริงที่กำลังเกิดขึ้นกับพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัด
นายชัยวัฒน์ ศรีเทศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนน์แทมมะรินด์ จำกัด เปิดเผยกลางวงเสวนาว่า สภาวะตลาดมะขามหวานในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาอยู่ในขั้นวิกฤต ฝ่ายโรงงานแปรรูปและห้องเย็นต่างประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบอย่างหนัก ขณะที่ฝั่งเกษตรกรผู้ปลูกก็ต้องแบกรับภาระค่าแรงและต้นทุนการเก็บเกี่ยวที่สูงขึ้น ส่งผลให้มะขามหวานคุณภาพดีเข้าสู่ระบบการผลิตได้ยากลำบาก
นอกจากนี้ ในวงเสวนายังได้หยิบยกประเด็นร้อนเกี่ยวกับ “กลุ่มทุนต่างชาติ” ที่เข้ามาแทรกแซงตลาด โดยมีข้อสังเกตเรื่องการใช้นอมินีเข้ามาไล่ซื้อเหมาสวนมะขามหวาน โดยเฉพาะพื้นที่สวนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก และต้องการให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว
นายชัยวัฒน์ กล่าวเสริมถึงฝั่งผู้ประกอบการว่า ปัจจุบันต้องรับภาระต้นทุนรอบด้าน ทั้งราคาวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และค่าตรวจมาตรฐานอาหาร (FDA/อย.) ขณะที่ระบบการชำระเงินจากห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ (Credit Term) ต้องรอร่างเงินยาวนานถึง 30–90 วัน จนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง
“วิกฤตครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นที่เราต้องปฏิเสธคำสั่งซื้อบางส่วน เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้และต้องการรักษามาตรฐานของแบรนด์ไว้ จนถึงขั้นเคยมีความคิดที่จะขายกิจการมะขามหวานของครอบครัวที่สร้างและดำเนินงานมากว่า 30 ปี” นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยความสะเทือนใจ
สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหา ที่ประชุมได้ยื่นข้อเสนอแนะถึงหน่วยงานภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้ามาฟื้นฟูและเยียวยาทั้งระบบ ได้แก่:
- ต้นน้ำ: เร่งฟื้นฟูสภาพสวนมะขาม ฟื้นฟูคุณภาพผลผลิต และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยว
- กลางน้ำ: อัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจมาตรฐานสินค้า
- ปลายน้ำ: ขยายช่องทางการตลาดใหม่ๆ พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มมูลค่า และจัดระเบียบการค้าไม่ให้ทุนต่างชาติเข้ามาเอาเปรียบคนท้องถิ่น
ทั้งนี้ กิจกรรมสภากาแฟสื่อ ครั้งที่ 7 มุ่งหวังให้เป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายให้ทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร หันมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องห่วงโซ่คุณค่าของมะขามหวานเพชรบูรณ์ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ให้สามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป