8 จังหวัดเหนือตอนล่าง ไม่ทนฝุ่น! รวมพลังแก้ PM2.5 ข้ามเขต ชู ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ คืนอากาศบริสุทธิ์

8 จังหวัดเหนือตอนล่าง ไม่ทนฝุ่น! รวมพลังแก้ PM2.5 ข้ามเขต ชู ‘พ.ร.บ.อากาศสะอาด‘ คืนอากาศบริสุทธิ์
พิษณุโลก — เมื่อวันที่ 28–29 กันยายน 2569 มูลนิธิคนเห็นคน ร่วมกับคณะทำงานโครงการสานพลังคนเหนือล่าง (ศูนย์ประสานงานภาคเหนือตอนล่าง) โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการและเวทีเสริมสร้างสุขภาวะ ในหัวข้อ “คนเหนือล่างกับการจัดการปัญหาฝุ่นควันอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือแบบบูรณาการ พัฒนาศักยภาพแกนนำเชิงพื้นที่ และรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารจัดการวิกฤตมลพิษทางอากาศภาคเหนือตอนล่าง
ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ประธานในพิธีเปิดการประชุมเปิดเผยว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จัดเป็นวิกฤตเชิงโครงสร้างด้านสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดจำต้องอาศัยแนวทาง Interdisciplinary Approach หรือการบูรณาการองค์ความรู้ข้ามศาสตร์ โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานวิชาการที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรมการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เทคโนโลยีลดการเผาในที่โล่ง และระบบเฝ้าระวังแจ้งเตือนล่วงหน้า เพื่อเชื่อมโยงฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ (Area-based Data) สู่การกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ
ด้าน นางสาวเพ็ญพร ตั้งปฏิการ ผู้แทนมูลนิธิคนเห็นคน ระบุว่า โครงการ “สานพลังคนเหนือล่างรับมือฝุ่นควัน” ดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด (พิษณุโลก อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร และอุทัยธานี) มีเป้าหมายยุทธศาสตร์ 3 ประการ ได้แก่
- การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับร่าง พระราชบัญญัติบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด
- การยกระดับสมรรถนะ (Capacity Building) ของแกนนำและภาคีระดับจังหวัด
- การสื่อสารสุขภาวะเชิงรุกเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระดับชุมชน
ในการประชุมครั้งนี้ ได้มีการรวบรวมตัวแทนภาคีเครือข่ายกว่า 120 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาเกษตรกร และองค์กรภาคประชาสังคม ร่วมถอดบทเรียนและวิเคราะห์บริบทเชิงพื้นที่ (Contextual Analysis) ซึ่งพบว่าแต่ละจังหวัดมีอัตลักษณ์ทางเศรษฐกิจและเกษตรกรรมที่แตกต่างกัน ทั้งในฐานะพื้นที่กำเนิดมลพิษ (Source) และพื้นที่รับผลกระทบ (Receptor)
แนวทางการจัดการทางวิชาการและนโยบายที่สำคัญจากการประชุม ประกอบด้วย:
- การบริหารจัดการชีวมวลภาคการเกษตร (Agro-biomass Management): มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในพื้นที่แปลงปลูกพืชเศรษฐกิจ (ข้าว อ้อย ข้าวโพด) ผ่านนวัตกรรมการจัดการตอซัง การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า การใช้เครื่องจักรกลเกษตรย่อยสับ และการส่งเสริมระบบเกษตรนิเวศ/เกษตรอินทรีย์
- การปกป้องสุขภาวะกลุ่มเปราะบาง (Health Risk Reduction): การพัฒนานวัตกรรมสังคม “พื้นที่ปลอดฝุ่น” (Safe Zone / Clean Air Room) สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง เพื่อลดสัมผัสมลพิษเชิงประชากร
- กลไกความร่วมมือข้ามเขตปกครอง (Transboundary Governance): การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและการตัดสินใจร่วมกัน เนื่องจากแบบจำลองการกระจายตัวของมลพิษทางอากาศเคลื่อนตัวตามทิศทางลม จึงจำเป็นต้องใช้นโยบายการบริหารจัดการแบบข้ามจังหวัด (Cross-provincial Collaboration)
- การมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement): ส่งเสริมบทบาทสภาเกษตรกรจังหวัดในการเป็นกลไกกลางเชื่อมโยงความต้องการของเกษตรกรเข้ากับข้อกำหนดทางกฎหมาย และแนวปฏิบัติทางการเกษตรยั่งยืน
ผลลัพธ์จากการจัดเวทีครั้งนี้ จะถูกสังเคราะห์เป็น ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับภาค (Regional Policy Brief) เพื่อส่งต่อแก่หน่วยงานระดับนโยบาย และร่วมผลักดันกลไกการบริหารจัดการอากาศสะอาดที่สอดคล้องกับบริบทของภาคเหนือตอนล่างต่อไป