ข่าว
สภารื้อโครงสร้างรายได้ 4 องค์กรดัง ชงยกเลิกส่งตรง “ภาษีสุรา-ยาสูบ” เปลี่ยนรับงบปีต่อปี อ้างรักษาวินัยการคลัง

สภาผู้แทนราษฎรเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย 4 ฉบับ จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ซึ่งเสนอโดยแกนนำและ ส.ส. พรรคภูมิใจไทย (รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ นายศุภชัย ใจสมุทร) สาระสำคัญคือการ “ตัดรายได้จากภาษีสุราและยาสูบ (ภาษีบาป) ที่เคยจัดสรรให้องค์กรโดยตรง” แล้วเปลี่ยนรูปแบบไปใช้เงินจัดสรรจาก “งบประมาณรายจ่ายประจำปี” แทน
4 หน่วยงานหลักที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่:
- ไทยพีบีเอส (Thai PBS): ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากภาษีสุรา-ยาสูบ (เดิมได้สิทธิ์จัดเก็บสูงสุดไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาท) โดยให้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
- สสส. (กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ): ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากภาษีสุรา-ยาสูบ (เดิมได้ในอัตราร้อยละ 2) และเปลี่ยนมารับเงินอุดหนุนจากงบประมาณรัฐตามความจำเป็น
- กองทุนผู้สูงอายุ: ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุรา-ยาสูบ และให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติจัดสรรเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุรายได้น้อยจากงบประมาณประจำปี เงินบริจาค และดอกผลกองทุนแทน
- กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (กกท.): ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนในอัตราร้อยละ 2 จากภาษีสุรา-ยาสูบ พร้อมยกเลิกบทกำหนดโทษผู้ไม่ส่งเงิน และเปลี่ยนมาใช้เงินจัดสรรจากงบประมาณประจำปี ร่วมกับรายได้อื่นๆ ของ กกท.
เน้นย้ำเหตุผลหลัก (Why): ทำไมต้องแก้กฎหมายชุดนี้?
1. ด้านผู้เสนอร่าง (เพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมายและรักษาวินัยการเงินการคลัง):
- อ้างกฎหมายวินัยการเงินการคลัง (มาตรา 26): กฎหมายวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2561 ห้ามเสนอกฎหมายเพื่อเก็บภาษีแล้วยกเงินให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งใช้เป็นการเฉพาะ โดยต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินก่อน
- มองว่าการยกเว้นเดิมเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว: แม้กฎหมายเดิมจะเคยมีบทเฉพาะกาล (มาตรา 82) ยกเว้นให้องค์กรเหล่านี้เก็บเงินตรงได้ แต่ผู้เสนอมองว่าบทบัญญัตินั้นไว้ใช้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น จึงต้องปรับระบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้ฐานะการคลังของรัฐมีเสถียรภาพยั่งยืน
2. มุมมองและผลกระทบที่สังคมกำลังจับตา (เหตุผลที่กลายเป็นประเด็นร้อน):
- ความเสี่ยงด้านความเป็นอิสระ: การเปลี่ยนระบบจาก “เงินจัดสรรเฉพาะ (Off-budget)” มาเป็น “งบประมาณรายจ่ายประจำปี” ทำให้องค์กรเหล่านี้ เช่น ไทยพีบีเอส หรือ สสส. ต้องเข้าสู่กระบวนการขอและอนุมัติงบจากฝ่ายบริหารและนักการเมืองในแต่ละปี ซึ่งอาจส่งผลต่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่และการบริหารจัดการระยะยาว
(หมายเหตุ: ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับเป็นร่างเกี่ยวด้วยการเงิน และยังอยู่ในขั้นตอนรับฟังความคิดเห็นของรัฐสภาตามมาตรา 77 จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีผลบังคับใช้)